อาหารคือ
Lifestyle, Food

What is food for you? อาหารคืออะไร นิยามความหมาย

อาหารคืออะไร เป็นแค่ของกินใช่หรือไม่

อาหารเป็นตัวแทนสื่อสารความรักและความปรารถนาดี เพราะในอาหารหนึ่งจานนั้นประกอบด้วยวัตถุดิบ ส่วนผสม เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ รวมทั้งความทุ่มเทจากแรงกายแรงใจของเชฟและทีมซึ่งบรรจงสร้างสรรค์หนึ่งจานอาหารให้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่เพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่ยังบำรุงจิตวิญญาณและหัวใจให้ชุ่มชื่นเบิกบานอีกด้วย  ความหมายของอาหารจึงไม่ต่างจากความหมายของความรักที่ผู้คนต่างจำกัดความแตกต่างกันไป

สำหรับเชฟ อาหารคือความทรงจำและความสุขที่ส่งต่อมาจากอดีต อาหารเป็นตัวแทนของความห่วงใย หรือเป็นเหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นสะพานเชื่อมต่อผู้คนให้ หรือในฐานะนักชิม อาหารอาจเป็นเหมือนประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่มีจุดจบ เป็นเหมือนของขวัญหรือของรางวัลที่มอบให้ตัวเองในวันพิเศษ

แต่ไม่ว่าคุณจะนิยามความหมายของคำว่าอาหารอย่างไร เมื่อถึงเวลาของการนั่งโต๊ะล้อมวงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อนั้นเราทุกคนต่างพูดจาภาษาเดียวกัน

Food Expresses Love Perfectly

อาหารคือ ภาษารักสากล

แม้ว่าผู้คนจะมีวิธีการแสดงออกซึ่งความรักในหลากหลายรูปแบบหรือเรียกว่า The Five Languages of Love อันได้แก่ การทำสิ่งต่างๆ ให้คนรัก (Act of Service) การพูดบอกรัก (Word of Affirmation) การสัมผัส (Physical Touch) การให้ของขวัญ (Giving Gifts) และ การใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน (Quality Time) แต่อาหารนับเป็นภาษารักซึ่งจริงจังและเป็นสากล มีพลังและอานุภาพแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะแตกต่างด้านเพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรมใดก็ตาม อาหารสามารถสร้างความผูกพันระหว่างจิตวิญญาณได้อย่างแน่นแฟ้นโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก แต่สามารถบอกรักได้ดังกว่าภาษาอื่นใดในโลก หากใครสักคนพาคุณยังร้านที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ อาหารให้รสชาติดั่งเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ เมื่อนั้น เขากำลังบอกรักคุณ 

Food is Rooting and True

อาหารคือ รักแท้

George Bernard Shaw หรือจอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์  นักเขียนบทละครชาวไอริช กล่าวไว้ว่า “There is no love sincerer than the love of food. ไม่มีความรักใดในโลกที่จะจริงจังและจริงใจเท่ากับความรักที่ผู้คนมีต่ออาหาร เพราะเมื่อคุณหลงรักอาหาร ไม่ว่ารักที่จะเป็นนักชิม หรือรักที่จะเป็นผู้ปรุง เมื่อนั้น ความรู้สึกของคุณได้หยั่งรากลึกจนเกินกว่าที่คุณจะถอนตัว คุณไม่อาจเปลี่ยนใจจากความรักนั้นได้ คุณทุ่มเท เฝ้ารอ และไม่มีวันที่จะแยกทางจาก ต่อให้ไม่อาจปฏิเสธได้ หากมีใครสักคนพรากคุณจากอาหาร  

Food Builds Trust and Connection

อาหารคือ ความไว้วางใจและเชื่อมต่อความรู้สึก

อาหารสร้างความไว้วางใจโดยเราอาจไม่รู้ตัว เพราะการรับประทานอาหารร่วมกันก่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษบางอย่างขึ้น เปรียบเสมือนเป็นกุญแจไขเปิดประตูเพื่อเชื่อมความรู้สึกระหว่างกันและกัน อาหารช่วยทลายกำแพงขวางกั้นความแตกต่างของผู้คนให้เหลือเพียงความสนิทสนมกลมเกลียว ผู้คนทั่วโลกต่างรู้ดีว่าการเป็นเพื่อนกับใครสักคนต้องเริ่มต้นด้วยการ “Breaking Bread Together ” หรือการนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน มีงานวิจัยระบุว่า การรับประทานอาหารชนิดเดียวกันบนโต๊ะอาหารทำให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะการรับประทานอาหาร่วมกันแสดงว่าทุกคนต่างเต็มใจนำบางสิ่งบางอย่างเข้าสู่ร่างกายเหมือนๆ กัน นอกจากนั้น บนโต๊ะอาหารคือช่วงเวลาที่เราสามารถแบ่งปันเรื่องราว รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อาหารทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย กล้าหาญ จนสามารถบอกเล่าความในใจและความรู้สึกแท้จริง

Photo by Giuseppe Argenziano on Unsplash

Food is an Art and a Science

อาหารคือ การเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ 

อาหารคือพื้นฐานของความหมายและคุณค่าในชีวิตมนุษย์ John Dewey หรือจอห์น ดูอี นักปรัชญา นักจิตวิทยา และนักปฏิรูปการศึกษาชาวอเมริกัน กล่าวว่า “Food Was a Central Vehicle for Teaching Critical, Intuitive Thinking, and Unifying Knowledge with Experience”  ทุกขั้นตอนของการทำอาหารต้องอาศัยประสบการณ์ร่วมกับความรู้แทบจะทุกแขนง การชั่งน้ำหนักและการวัดส่วนผสมรวมทั้งเครื่องปรุงต่างๆ เท่ากับกำลังฝึกวิชาเลขคณิต ในขณะที่เฝ้าสังเกตและรอคอยอาหารให้สุกจนรับประทานได้ผ่านขั้นตอนแกง ทอด ต้ม ซูวีด์ ซึ่งต้องอาศัยอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมเท่ากับกำลังฝึกฝนวิชาเคมีและฟิสิกส์  ส่วนกระบวนการหมักอาหารและการย่อยอาหารหมายถึงการเรียนรู้วิชาชีววิทยา ส่วนการลงพื้นที่ไปตามสวนหรือฟาร์มเพื่อแสวงหาวัตถุดิบตามฤดูกาลหมายถึง การทำความเข้าใจในวิชาภูมิศาสตร์ นอกจากนั้น ยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ การดีไซน์ เรีกยได้ว่าต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด การได้รับประทานอาหารในร้านจึงเท่ากับการเดินทางเข้าไปยังห้องเรียนของเชฟและร่วมเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ใหม่ๆ ผ่านรสชาติและรสสัมผัสไปพร้อมๆ กัน

Food Imprints Good Memory

อาหารคือ สมุดบันทึกความทรงจำ

คนส่วนใหญ่ล้วนมีฉากหลังของห้องครัวหรือการล้อมวงรับประทานอาหารเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ และอีกจำนวนไม่น้อยที่อาหารพาย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาสมัยเด็ก อาจจะเป็นอาหารธรรมดาๆ หรือแม้กระทั่งกลิ่นจำเพาะของบางเมนูที่แค่เพียงโชยมาแตะจมูกก็อาจพาคุณขึ้นไทม์แมชชีนย้อนกลับไปเจอใครบางคน และว่ากันว่าความทรงจำที่อาหารบันทึกไว้นั้นมักแจ่มชัดกว่าความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ต่อให้ซับซ้อนแค่ไหนเราก็สามารถจดจำรายละเอียดและแยกเรียงเลเยอร์เหตุการณ์ต่างๆ ออกมาทีละชิ้นๆ เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน อาหารชวนเราหวนคืนอดีตไม่ใช่เพียงแค่พาเรากลับไปสู่โต๊ะอาหารหรือห้องครัวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเดินทางสู่ห้วงอารมณ์เกี่ยวกับผู้คน บ้านเรือน ต้นไม้ สวนดอกไม้ รวมทั้งความรู้สึกอบอุ่นผูกพันที่หล่อรวมเราเป็นเราจนทุกวันนี้ อาหารคือ เครื่องมือสร้างความทรงจำที่ยากจะลบเลือน

Food is a Bridge to Culture

อาหารคือ การส่งต่อวัฒนธรรมและประเพณี

เมื่อเราอยากให้ใครรู้จักครอบครัวหรือความเป็นอยู่ของเรา เมื่อนั้นเราพาเขาไปยังร้านโปรด เช่นเดียวกัน หากเราอยากรู้จักใคร ให้ชวนเขาไปรับประทานอาหาร ชาวต่างชาติ ต่างภาษาจากแดนไกลทำความรู้จักสถานที่ใหม่ๆ ผ่านอาหารและการกินอยู่ อาหารไทยแทบทุกจานเป็นตัวแทนสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติสะท้อนรากเหง้า ความเชื่อ รวมทั้งคายความลับทางวัฒนธรรมซึ่งอาจถูกซ่อนเร้นมานาน อย่างเช่น แกงมัสมั่น ซึ่งนับเป็นแกงประจำชาติไทย รู้หรือไม่ว่า อาหารจานนี้คือมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศอินเดียและมาเลเซีย โดยได้รับการแนะนำให้คนไทยรู้จักในศตวรรษที่ 17 ผ่านพ่อค้าชาวเปอร์เซียซึ่งเดินทางมาค้าขายในดินแดนสยาม ได้รับอิทธิพลจากอาหารชาวมุสลิมเพราะมีส่วนผสมและรสชาติที่ไม่เคยมีในอาหารไทยสมัยก่อน และชื่อมัสมั่นเองนั้นมาจากคำว่าโมซัลมาน เป็นคำในภาษาเปอร์เซีย หมายถึง มุสลิม นั่นเอง

Food Brings Love and Happiness

อาหารคือ ความรักและความสุขที่ส่งต่อให้กันได้

Giada De Laurentiis หรือเกียด้า เดอ ลอเรนติส เชฟ พิธีกร นักเขียน ชาวอิตาเลียน-อเมริกันกล่าวไว้ว่า “Food Brings People Together on Many Different Levels. It’s Nourishment of the Soul and Body; it’s Truly Love.” เป็นความจริงดังเกียด้ากล่าว เพราะอาหารนำพาผู้คนมารวมตัวกันได้ในทุกสถานการณ์และทุกเทศกาล ไม่ว่าเราจะแตกต่างกันมากเพียงใด การได้รับประทานอาหารร่วมกันจะยิ่งทวีคูณความสุขเป็นอีกหลายเท่าในวันที่มีเรื่องราวน่ายินดีเกิดขึ้น แม้กระทั่งวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง อาหารดีอร่อยเลิศรสเพียงไม่กี่จานก็สามารถเปลี่ยนให้วันนั้นพิเศษขึ้นมาได้ อาหารเป็นความมหัศจรรย์ช่วยให้รู้สึกอิ่มเอมใจได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที และช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารก็สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้อยู่ได้อย่างยาวนาน

Leave a Reply

Your email address will not be published.